วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๒๐๐๓ ศิลปะวิจักษ์ (๒)

บันทึกที่ (๑)

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป หลังจากการเรียนการสอนไป ๑ ภาคเรียน ถือเป็นงานเร่งด่วนที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเป็นวิชาใหม่ อะไรๆ ก็ย่อมต้องช่วยกันปรับช่วยกันดูไป โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมาย ให้อาจารย์ผู้สอนได้ทบทวนการสอนในภาคเรียนที่ผ่าน และถอดบทเรียนเอาประสบกาณ์ที่ได้ผลซึ่งทำจนสำเร็จมาแล้ว มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ก่อนจะร่วมกันกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนารายวิชาต่อไป

ทบทวนผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาคเรียน ๑/๒๕๕๘

บรรยายกาศการจัดการเรียนการสอนที่อาจารย์ที่แต่ละท่านสะท้อนให้ฟัง ตลอดระยะเวลาการสนทนา  สรุปประเด็นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคใสการจัดการเรียนการสอนที่สำคัญ ได้แก่  การมาเรียนสาย การขาดเรียน บางห้องเครื่องเสียงไม่ดี บางที่โปรเจ็คเตอร์ไม่ชัด จึงทำให้การสาธิตหรือกิจกรรมที่จะให้นิสิตเห็นตัวอย่าง หรือเข้าถึงสุนทรียะ จึงเป็นเรื่องยาก เช่น  จะสอนให้เห็นความงามจากการใช้สีของงานด้านทัศนศิลป์ แต่ปรากฎว่าไฟล์สีที่นำมาแสดงออกมาเป็นสีเพี้ยนไปหรือให้รายละเอียดไม่ได้   จะสอนให้เข้าถึงความงามของเสียงดนตรี  แต่เครื่องเสียงในห้องเรียนคุณภาพไม่ดี เป็นต้น 

ประสบการณ์ที่เคยใช้แล้วได้ผล 

๑) การเช็คชื่อนิสิตเข้าเรียน

อาจารย์ผู้สอนรายวิชา ๐๐๓๒๐๐๓ ศิลปะวิจักษ์เกือบทั้งหมด เป็นอาจารย์ผู้สอนรายวิชาศึกษาทั่วไปมาก่อนตั้งแต่หลักสูตรเดิม (พ.ศ. ๒๕๕๔) เช่น วิชาศิลปะวิจักษ์  วิชาดนตรีกับชีวิต  และวิชาศิลปะกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ฯลฯ  ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เคยใช้แล้วได้ผลดี อาจารย์หลายท่านจึงนำเอาเทคนิคต่างๆ ที่เคยใช้มาก่อน  โดยเฉพาะการเรื่องการเช็คเวลาเรียนนิสิต

วิธีที่ได้ผลดีและสะดวกที่สุดที่ท่านเคยใช้คือ การปั้มสัญลักษณ์มาหรือมาสายด้วยตรายางลงในใบงานหรือใบกิจกรรม ทดแทนการเซ็นชื่อ ตราปั้มอาจจัดทำขึ้นเองให้เป็นรูปแบบเฉพาะของอาจารย์แต่ละท่าน  หรืออาจซื้อจากร้านสะดวกซื้อได้ ซึ่งจะมีหลายๆ อันในเซ็ตเดียวกัน ให้อาจารย์สามารถเปลี่ยนเวียนไปในแต่ละสัปดาห์

วิธีการเช็คชื่อนิสิตโดยการ "ปั้มตรา" ในใบงาน มีจุดอ่อนเล็กน้อย คือ  ถ้าปั้มตราตอนท้ายของชั่วโมงเรียน พบว่านิสิตจะมาเรียนสาย แต่ถ้าปั้มตราต้นชั่วโมงเรียน นิสิตที่มาเรียนจะแอบออกก่อนเวลา ... จริงๆ ต้องถือเป็นปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมด้านวินัยและความรับผิดชอบ

๒) กิจกรรมส่งเสริมการฝึกทักษะในศตวรรษที่ ๒๑  (ทักษะการเรียนรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศ)

ในรายวิชาดนตรีกับชีวิต กิจกรรมที่นำมาใช้ในการประเมินผลคือ ให้นิสิตแบ่งกลุ่มกันทำ Music Video (MV) อาจารย์สะท้อนว่า นิสิตสนุกและได้ฝึกทักษะต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งการสืบค้น คิดออกแบบ และลงมือทำด้วยตนเอง ซึ่งนิสิตแต่ละกลุ่ม จะได้ฝึกทั้งทักษะด้านการคิดการวางแผน และการลงมือทำร่วมกันเป็นทีม โดยเฉพาะระหว่างที่นิสิตร่วมกันทำ MV จะต้องช่วยสืบค้นข้อมูลสารสนเทศต่างๆ และฝึกใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งาน

ทำแล้วได้ผลดี จึงได้เสนอให้ นำมาใช้ในการประเมินผลของรายวิชา ในภาคการศึกษาต่อไปด้วย

๓) เทคนิคการสอนที่ได้ผล

อาจารย์ด้านดุริยางคศิลป์บอกว่า  สัปดาห์ที่่ประสบผลสำเร็จในการสอนมากๆ สัปดาห์หนึ่ง คือ เมื่อท่านนำเอาเครื่องดนตรี ไปแสดงให้ดูชมแบบสดๆ  สามารถเรียกความสนใจ และสร้างความประทับใจให้นิสิตมาก  ในการสอนรายวิชาดนตรีกับชีวิตที่ผ่าน จะเวียนเอาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญดนตรีต่างๆ ไปแสดงสดๆ แบบนี้บ้าง ดังนั้น ในแต่ละกลุ่มเรียนจึงควรมีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญแต่ละประเภทดนตรีเวียนเปลี่ยนมาสอนบ้าง

ที่ประชุมเห็นด้วยครับ แต่คงไม่สามารถเขียนกำหนดไว้ในตารางสอนอย่างชัดเจนได้  จึงมอบให้อาจารย์
ด้านดุริยางคศิลป์ ทำการแลกเวียนคาบเรียนกันเองตามความสะดวกและเหมาะสมของแต่ละกลุ่มเรียน

... ตรงนี้น่าสนใจมากๆ ครับ  โดยเฉพาะ คาบเรียนใดที่มีการสาธิตจากอาจารย์ผู้สอนเอง หากแจ้งมายัง CADL เราคุยกันว่าจะไปขอบันทึกบรรยายกาศไว้ เป็นตัวอย่างการสอนที่ดีต่อไป ....

แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๗

หลังจากการทบทวนการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา และนำเอาประสบการณ์ที่เคยทำสำเร็จมาแลกเปลี่ยนกัน สิ่งที่ต้องระดมสมองกันคือ จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรในภาคการศึกษาถัดไป คือ ๒/๒๕๕๘  สรุป เป็นรายละเอียดข้อตกลงร่วมกัน ได้ดังนี้



๑.     เนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้
 ๑.๑.  เนื้อหาควรเป็นเนื้อหาที่นิสิตสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
 ๑.๒.  ควรหยิบเอาสื่อใกล้ตัวมาใช้ เช่น เพลงจากเครื่องชั่งน้ำหนักหน้าเซเว่นฯ 
 ๑.๓.  ให้เด็กฟังเพลงที่มีเนื้อหาก่อน แล้วค่อยเปิดเพลงบรรเลงที่มีเฉพาะดนตรี แล้วค่อยอภิปรายสรุปให้เห็น ความงามหรือสุนทรียะ  (Active Learning)
 ๑.๔.  ให้นิสิตมีส่วนร่วมในการปฏิบัติในการเล่นดนตรี หยิบยกเอาสถานการณ์สดของนิสิต เช่น เล่นเพลงอวยพรวันเกิดให้นิสิตในชั้น
 ๑.๕.  สัปดาห์สุดท้าย (หรืออาจเป็นสัปดาห์แรก) หรือย่างน้อย ๑ สัปดาห์ ควรเป็นการเล่นดนตรีจริงๆ
 ๑.๖.  ใบงานกิจกรรมที่ทำให้นิสิตมีส่วนร่วมในการเรียนรู้  สามารถลดภาระการทำงานได้โดยให้นิสิตมีส่วนร่วมในการประเมินด้วย เช่น การสลับกันตรวจ
๒.     เอกสารประกอบการสอน
๒.๑.  กำหนดรูปแบบในการจัดทำเอกสารประกอบการสอน ได้แก่ ชื่อบท -> จุดประสงค์ -> แนวคิด -> เนื้อหา -> กิจกรรมการเรียนการสอน -> การประเมินผล -> แบบทดสอบท้ายบทเรียน
๒.๒.  ส่งมายังอาจารย์ผู้ประสานงานภายในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๕๘  และอาจารย์ผู้ประสานงานส่งให้ สำนักศึกษาทั่วไป วันที่ ๓๐ ธันวาคม
๓.     ประเมินผล
๓.๑.  สัดส่วนการประเมินผล 

ลำดับที่
จุดประสงค์การเรียนรู้
วิธีประเมินผล
สัดส่วน (%)
๑.      
ด้านคุณธรรมจริยธรรม
เข้าเรียน
๑๐
๒.      
ด้านความรู้ ทักษะทางปัญญา ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความรับผิดชอบ การวิเคราะห์เชิงตัวเลข และการใช้เทคโนโลยี
ใบงาน/ใบกิจกรรม
๒๐
๓.      
รายงานการชมงานศิลปะและการแสดง
๓๐
๔.      
ผลิตสื่อ ชิ้นงาน หรือการแสดง ในลักษณะ MV (กลุ่มละ ๑๐)
๑๐
๕.      
ด้านความรู้
สอบปลายภาค
๓๐
รวม
๑๐๐

๓.๒.  การเข้าเรียน
             ๑)  การมาเรียนสาย หมายถึง การมาเรียนช้าเกินกว่า ๑๕ นาที
             ๒)  สาย ๒ ครั้ง มีค่าเท่ากับการขาดเรียน ๑ ครั้ง
             ๓)  การลา ๒ ครั้ง มีค่าเท่ากับการขาดเรียน ๑ ครั้ง  การลาต้องมีเหตุจำเป็นและหลักฐานประกอบ
             ๔)  ขาดเรียนมากกว่า ๔ ครั้ง หมดสิทธิ์ในการสอบปลายภาค
             ๕)  วิธีการเช็คชื่อ ให้ นิสิต LA  แจกใบงาน/ใบกิจกรรม ก่อนเข้าชั้นเรียน และทำสัญลักษณ์ “มาสาย” หากเข้าเรียนเกินกว่า ๑๕ นาที
๓.๓.  ใบงาน/ใบกิจกรรม
             ๑)  ไม่แจกใบงานล่วงหน้า
             ๒)  ไม่รับส่งงานย้อนหลัง เว้นแต่มีใบลา
             ๓)   การตรวจใบงานที่มีข้อคำถามปลายเปิด ให้คะแนน “๘, , ๑๐”
๓.๔.   รายงานการชมงานศิลป์และการแสดง
             ๑)    ให้นิสิตเข้าชมการแสดงด้านทัศนศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และศิลปะการแสดง ที่กำหนด และ ทำสรุปผลการชมงานตามแบบฟอร์ม ด้านละ ๑ ครั้ง (รวม ๓ ครั้ง)
             ๒)  กำหนดเวลาส่งภายใน ๑ สัปดาห์ หลังจากการแสดง
             ๓)   การตรวจรายงานให้ยึดสัดส่วน ความครบถ้วน : ความถูกต้องหรือมีการวิเคราะห์สังเคราะห์ : ความสวยงามหรือความประณีตเรียบร้อย  เป็น ๓ : :
๓.๕.   การผลิตสื่อ ชิ้นงาน หรือการแสดง ในลักษณะ Music Video (MV)
             ๑)   นิสิตกลุ่มละ ๑๐ คน
             ๒)   ให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่มเรียนเป็นผู้ตรวจ และมีการเวียนอาจารย์ผู้รับผิดชอบทุกภาคการเรียน
๔. การสื่อสารกับนิสิต
๔.๑.  จัดทำ เฟสบุ๊ค เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ โดยให้อาจารย์ทุกท่านร่วมกันดูแล โพสท์สารสนเทศที่ส่งเสริมความเข้าใจและความซาบซึ้งในงานศิลปะและการแสดง
๔.๒.  ให้จัดตั้ง กลุ่มในเฟสบุ๊ค เพื่อติดต่อสื่อสารเรื่องการเรียนการสอนระหว่าง อาจารย์ นิสิต LA และ นิสิตผู้เรียน










วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๒๐๐๓ ศิลปะวิจักษ์ (๑)

วันที่ ๑๕-๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘  งาน CADL และอาจารย์ผู้สอนรายวิชา ๐๐๓๒๐๐๓ ศิลปะวิจักษ์ จัดกิจกรรมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน  หลังจากที่ผ่านภาคศึกษาแรกของการใช้หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๕๘ มีคณาจารย์ผู้สอนจากทั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จะขาดก็เพียงอาจารย์ด้านศิลปะการแสดงที่ไม่สามารถมาได้

ก่อนจะเสนอสรุปผลการประชุมแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียน ผมจะกล่าวเกริ่นถึง ความเป็นมาเป็นไป และเจตนารมณ์ของรายวิชาศิลปะวิจักษ์ ทั้งมุมมองของผู้บริหารการศึกษาทั่วไป และสะท้อนจากความเข้าใจของตนเองจากที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอน

"เจตนา" ของรายวิชา ๐๐๓๒๐๐๓ ศิลปะวิจักษ์

การศึกษาทั่วไป มุ่งพัฒนาให้นิสิตมีชีวิตที่สมบูรณ์ เป็นคนที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นพลเมืองที่มีคุณค่าทั้งต่อสังคมไทยและสังคมโลก  ทั้งหมดนี้สรุปลงเป็นปรัชญาของศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือ  "เข้าใจตนเองและผู้อื่น อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข"

รายวิชาศิลปะวิจักษ์เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้นิสิต เข้าถึง "ความสุข" ในการดำเนินชีวิต ซาบซึ้งถึงความหมายและคุณค่าของธรรมชาติ งานศิลปะ เสียงเพลง และการแสดงต่างๆ  รู้จักสุนทรียศาสตร์ด้านต่างๆ  สามารถเข้าถึงความงามของสรรพสิ่งในชีวิต ดังที่กำหนดไว้ในคำอธิบายรายวิชาว่า ...



สุนทรียศาสตร์ ความซาบซึ้งทางความงามและคุณค่าของธรรมชาติ งานสร้างสรรค์ทางศิลปะ ทัศนศิลป์  การละคร  ศิลปะการแสดง  งานศิลปหัตถกรรม ดนตรี  ลักษณะดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีกลุ่มประเทศอาเซียน  และดนตรีตะวันตกความเชื่อมโยงทางสุนทรียศาสตร์


Aesthetics, appreciation of beauty and value of nature, creative art, visual art, drama, performancing art, handicrafts, music, folk music, ASEAN and Western music, aesthetic connections


และกำหนดวัตถุประสงค์และจุดุม่งหมายของรายวิชา ไว้ ๓ ประการสำคัญคือ  ๑) มีความรู้พื้นฐาน ๒) มีความซาบซึ้ง และ ๓) เห็นคุณค่า  ของงานด้านทัศนศิลปื ดุริยางคศิลป์ และศิลปะการแสดง

การบริหารจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาแรก ๑/๒๕๕๘

การจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาแรกนี้ อาจารย์ผู้สอนแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๓ ส่วน ให้อาจารย์ผู้สอนจาก ๒ คณะ รวมทั้งหมด ๑๒ ท่าน  ได้แก่ ศิลปกรรมศาสตร์ ๖ ท่าน และจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ๖ ท่าน  โดยมีผู้ประสานงานรายวิชาคือ อาจารย์ ดร.กฤษกร อ่อนละมุล

คณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ ๓ ท่าน คือ ผศ.ชำนาญ เล็กบรรจง อาจารย์ยุทธศิลป์ จุฑาวิจิตร และอาจารย์ปรีชา นวลนิ่ม ส่วนอีก ๓ ท่านเป็นอาจารย์ด้านศิลปะและการแสดง ได้แก่ อาจารย์พีระ พันลูกเท้า อาจารย์นฤบดินทร์ สาลีพันธ์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริมงคล โลหะมาตย์

คณาจารย์จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีตะวันตก ๔ ท่าน คือ อาจารย์ ดร. กฤษกร  อ่อนละมุล อาจารย์เฉลิมพล โลหะมาตย์ อาจารย์อรรถพงศ์ ภูลายยาว และอาจารย์สยาม จวงประโคน  และด้านดุริยางคศิลป์ตะวันออก ๒ ท่าน คือ อาจารย์ยศพรรณ  พันธะศรี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมกริช  การินทร์

การจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนแรก แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๓ ส่วน คือ ทัศนศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และศิลปะการแสดง  ส่วนละ ๕ สัปดาห์ แต่ละส่วนจะมีอาจารย์จากแต่ละสาขาเข้ามารับผิดชอบ นั่นคือ ใน ๑ กลุ่มเรียน จะมีอาจารย์ผู้สอน ๓ ท่าน เวียนกันตลอดเทอม

มีการบริหารจัดการสูงสุดโดยผู้ประสานงานรายวิชา และกำหนดผู้ประสานงานสาขาวิชาไว้สาขาละ ๑ ท่าน ได้แก่ อาจารย์ชำนาญ เป็นผู้ประสานงานด้านทัศนศิลป์ อาจารย์นฤบดินทร์ เป็นผู้ประสานงานด้านศิลปะการแสดง และอาจารย์สยาม เป็นผู้ประสานงานด้านการดนตรี และมีอาจารย์ ดร.กฤษกร ผู้ประสานงานหลัก

เนื่องจากรายวิชาศิลปะวิจักษ์ แยกเนื้อหาตามประสบการณ์แต่ละด้านที่นิสิตจะได้เรียนรู้  จึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านเป็นอาจารย์ผู้สอน  ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องแยกเป็น ๓ ด้านชัดเจน  อาจารย์ ดร. กฤษกร ท่านจัดทำตารางแต่ละกลุ่มออกมาอย่างละเอียด ดังภาพด้านล่าง ...   การจัดการแบบนี้น่าจะเป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม

จะสังเกตว่า ในภาคการศึกษาแรกนี้ เนื้อหายังมีลักษณะของการบรรยายสูง เช่น  ความหมาย ประวัติความเป็นมา องค์ประกอบหรือประเภท ฯลฯ แม้จะมีส่วนตอนท้ายที่เน้นการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ... ในส่วนนี้ ในที่ประชุมอาจารย์ผู้สอนก่อนการสอนครั้งแรก ได้ทำความเข้าใจร่วมกันแล้ว สิ่งที่ควรจะเน้นที่สุดคือ การเข้าถึงหรือซาบซึ้งในสุนทรียศาสตร์ด้านต่างๆ  ในการดำเนินชีวิต หรือก็คือ เน้นการนำไปใช้มากที่สุด โดยจัดให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบตื่นตัว (Active Learning) มากกว่าการบรรยาย

อาจารย์ผู้สอนบอกว่า ในการสอนจริงๆ นั้น อาจารย์ผู้สอนได้ใช้ใบงานหรือใบกิจกรรม และใช้สื่อที่หลากหลาย รวมทั้งการสาธิตหรือแสดงจริงหน้าชั้นเรียนอยู่แล้ว แต่เนื่องจากระยะเวลาในการพัฒนารายวิชานั้นกระชั้นเกินไป จึงขอพักไว้พัฒนาร่วมกันในปีการศึกษาต่อไป




บันทึกหน้า มาว่ากันเรื่องสรุปการแลกเปลี่ยนและผลการถอดบทเรียนจากภาคเรียนแรกครับ


วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๒๐๐๑ มนุษย์กับอารยธรรมและศาสนา ถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยน หลังภาคการเรียนแรก (๒)

บันทึกที่ (๑)

บันทึกที่ (๑) ได้บอกสาเหตุว่า ทำไมภาคเรียนนี้ ต้องใช้วิธีถ่ายทอด พ่วงสัญญาณ  บันทึกนี้ จะมาเล่าให้ฟังประกอบรายงาน หลังจากที่ได้เข้าสังเกตการสอนแบบ ถ่ายทอดและพ่วงสัญญาณ" ผ่านไปสัปดาห์แรก  บันทึกวีดีทัศน์การสอน "ภาพรวมเนื้อหา" โดย รศ.ดร.ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ ไป ๓ ครั้ง  หมายถึงท่านต้องสอนแบบเดียวกัน ๓ รอบ  ลดลง ๓ เท่า จากภาคเรียนที่ผ่านมาที่ท่านต้องบรรยายแบบเก่า ๙ รอบ

แท้จริงเหตุผลสำคัญที่จัดให้สอนแบบพ่วง คือ ประสงค์จะให้นิสิตทุกคน ได้เรียนเหมือนได้ฟังบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ จริง เป้าประสงค์ของรายวิชานี้คือ ให้ได้องค์ความรู้รอบ รู้กว้าง เชื่อมโยง องค์รวม ซึ่งตามแผนการสอนที่ได้กล่าวไว้ในบันทึกที่ (๑) จะมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องกว่า ๗ ท่าน เวียนกันมาบรรยาย

ภาคการเรียนแรก ผอ. ให้นโยบายพ่วงสายสัญญาณเพียง ๑ คู่ คือทดลองเอา ๒ ห้องที่อยู่ติดกันก่อน โดยการประสานงานระหว่างงานเจ้าหน้าที่ "บร."  ผู้ดูแลทางเทคนิค ทางฝ่ายวิชาการได้จัดตารางสอนที่ห้อง RN-309 และ RN-310  ความจุประมาณ ๓๕๐ ต่อห้อง นั่นหมายถึงห้องเรียนขนาดใหญ่ที่สุดในมหาวิทยาลัย (ไม่เกี่ยวกับห้องประชุมนะครับ)  ขนาด ๗๐๐ คน  เปิดสอนในภาคการศึกษานี้ ๓ เวลา รวมนิสิตมาลงทะเบียนประมาณ ๒,๐๐๐ คนในภาคการเรียนที่ ๒-๒๕๕๘ นี้

ห้อง RN - ๓๐๙  ต้นสัญญาณ (เห็นอาจารย์ผู้สอนตัวเล็กมาก)
ห้อง RN-๓๑๐ ห้องที่พ่วงสัณญญาณไป  นิสิตได้เห็นหน้าตาอาจารย์ชัดกว่า (สังเกตมุมขวาบน)


เหตุที่บันทึกนี้มีทั้งคำว่า "พ่วงสัญญาณ" และคำว่า "ถ่ายทอดสด" เนื่องเพราะใช้ทั้งสองคำนี้เป็นวิธีจัดการจริงๆ กล่าวคือ สัญญาณจากคอมพิวเตอร์ซึ่งแสดงสไลด์ ppt จะมีสายต่อพ่วงผ่านกล่องส่งสัญญาณที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสองห้อง ทำให้จอทีวีทุกจอและจอฉายสไลด์ด้านซ้ายของห้องแสดงสื่อการสอน ส่วนกล้องวีดีโอ จะจับภาพอาจารย์ผู้สอน แล้วยิงสัญญาณผ่านสายเคเบิ้ลไป "ถ่ายทอด" ไปยังจอด้านขวาของอีกห้องหนึ่ง

หลังจากผ่านคาบเรียนแรก เราพบปัญหาบ้างสำหรับนิสิตที่นั่งบริเวณหน้าจอด้านขวา ที่มองไม่ค่อยเห็นสื่อสไลด์ เพราะจอด้านขวานั้นใช้ถ่ายทอดกิริยาท่าทางของอาจารย์ผู้สอน มีวิธีแก้ปัญหานี้คือ หากล่องรวมสัญญาณที่สามารถแสดงภาพทั้งสองจอซ้อนกันได้ กล่องแบบนี้ราคาประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท

ทำอย่างไรจะได้เกรด A

ประการแรก คือ เข้าเรียนตรงเวลา เก็บเอา ๑๐ คะแนนจากการเข้าเรียน ไม่มาสาย เพราะสำนักศึกษาทั่วไปเน้นให้ฝึกวินัย โดยกำหนดให้นิสิต LA เช็คชื่อทุกครั้ง ถ้ามาหลัง ๑๕ นาที ถือว่า "มาสาย" และ ถ้ามาสาย ๒ ครั้ง มีค่าเท่ากับ ขาดเรียน ๑ ครั้ง ส่วนการลานั้นต้องมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือแนบมาด้วย

ประการที่สอง คือ ส่งงานให้ตรงเวลา และทำอย่างสุดความสามารถ เพราะเพื่อฝึกวินัยและความรรับผิดชอบ จึงกำหนดไม่ให้ส่งงานย้อนหลังเว้นแต่มีใบลาในคาบเรียนนั้นๆ   ตามแผนการสอนที่กำหนดไว้สำหรับภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๘ จะมีใบงานประมาณ ๓-๔ ใบงาน  หากส่งงานครบ คุณภาพดี ก็จะมีคะแนนเพิ่มอีก ๒๐ คะแนน

ประการที่สาม คือ ตั้งใจเรียน เพียรฟัง อ่าน ดู ให้รู้จริง ทำข้อสอบกลางภาค ๓๕ คะแนน และ สอบปลายภาคอีก ๓๕ คะแนน  รวมทั้งสิ้น ๑๐๐ คะแนน หากได้คะแนน ๘๐ ขึ้นไปก็ได้เกรด A ครับ  วิธีง่ายๆ ในการเรียนในสมัยใหม่นี้คือ เข้ามาเป็นสมาชิกของ page "รายวิชา 0032001 มนุษย์กับอารยธรรมและศาสนา" แล้วติดตาม ดูคลิปบันทึกการบรรยาย และเอาเอกสารที่ได้เผยแพร่ไว้ ไปเพียรอ่านดูฟัง  เท่านี้ก็จะได้เกรด A แน่นอน

ข้อควรระวังคือ ต้องเข้าเรียนอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ ตามระเบียบมหาวิทยาลัย  ไม่อย่างนั้น จะไม่มีสิทธิ์สอบครับ

บันทึกต่อไป จะมาเล่าให้ฟังว่า ท่านบรรยายสนุกแค่ไหน...